วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2555

พุทธภาษิตธรรมศึกษาชั้นโท


พุทธภาษิตธรรมศึกษาชั้นโท

ยาทิสํ วปเต พีชํ          ตาทิสํ    ลภเต   ผลํ
กลฺยาณการี กลฺยาณํ    ปาปการี    ปาปกํ.
บุคคลหว่านพืชเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น
ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว.  สมดังพุทธภาษิตที่มาใน สังยุตตรนิกาย สคาถวรรค  
สุขกามานิ  ภูตานิ           โย ทณฺเฑน  วิหึสติ
อตฺตโน   สุขเมสาโน      เปจฺจ โส น ลภเต  สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผู้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน
เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมไม่ได้สุข.   สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ธรรมบท   
อตฺตโนปิ ปเรสญฺจ    อตฺถาวโห ว   ขนฺติโก
สคฺคโมกฺขคมํ มคฺคํ    อารุฬฺโห  โหติ   ขนฺติโก.
ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น
ผู้ที่มีขันติชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน.  สมดังพุทธภาษิตที่มาใน สคาถวรรค มัชฌิมนิกาย
สีลสมาธิคุณานํ             ขนฺติ   ปธานการณํ
สพฺเพปิ  กุสลา  ธมฺมา     ขนฺตฺยาเยว   วฑฺฒนฺติ   เต.
ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ
กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญ เพราะขันติเท่านั้น.   สมดังพุทธภาษิตที่มาใน สคาถวรรค มัชฌิมนิกาย. 
โย   วสสสตํ  ชีเว     ทุปฺปญฺโญ    อสมาหิโต
เอกาหํ  ชีวิตํ  เสยฺโย   ปญฺญวนฺตสฺส ฌายิโน.
ผู้ใดมีปัญญาทราม มีใจไม่มั่นคง พึงเป็นอยู่ตั้งร้อยปี
ส่วนผู้มีปัญญาเพ่งพินิจ มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ดีกว่า สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ธรรมบท   
อสนฺเต  นูปเสเวยฺย          สนฺเต   เสเวยฺย   ปณฺฑิโต
อสนฺโต  นิรยํ เนนฺติ         สนฺโต   ปาเปนฺติ  สุคตึ.
บัณฑิตไม่พึงคบอสัตบุรุษ พึงคบสัตบุรุษ
เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมให้ถึงสุคติสมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ชาดก วีสติวรรค  
สทฺเธน จ  เปสเลน จ           ปญฺญวตา  พหุสฺสุเตน จ
สขิตํ หิ กเรยฺย ปณฺฑิโต     ภทฺโท  สปฺปุริเสหิ  สงฺคโม.
บัณฑิต พึงทำความเป็นเพื่อนกับคนมีศรัทธา มีศีลเป็นที่รัก
มีปัญญาและเป็นพหุสูต เพราะการสมาคมกับคนดี เป็นความเจริญ. สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย เถรวรรค.   
อตฺตทตฺถํ    ปรตฺเถน         พหุนาปิ  น หาปเย
อตฺตทตฺถนภิญฺญาย                       สทตฺถปสุโต  สิยา.
บุคคลไม่ควรพร่าประโยชน์ของตน     เพราะประโยชน์ผู้อื่นแม้มาก 
รู้จักประโยชน์ของตนแล้ว   พึงขวนขวายในประโยชน์ของตน.       สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ธัมมปทคาถา
สุขกามานิ  ภูตานิ             โยทณฺเฑน    หึสติ
อตฺตโน  สุขเมสาโน           เปจฺจ  โส  ลภเต  สุขํ.
สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข    ผู้ใดแสวงหาความสุขเพื่อตน
ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา            ผู้นั้นละไปแล้วย่อมได้สุข.     สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย ธัมมปทคาถา
ขนฺติโก เมตฺตวา  ลาภี        ยสสฺสี  สุขสีลวา
ปิโย  เทวมนุสฺสานํ                        มนาโป  โหติ ขนฺติโก.
ผู้มีขันตินับว่าเป็นผู้มีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ
ผู้มีขันติเป็นที่รักที่ชอบใจ ของเทวดาและมนษย์ทั้งหลาย.   สมดังพุทธภาษิตที่มาใน สวดมนต์ฉบับหลวง
สตฺถุโน   วจโนวาทํ            วโรติเยว  ขนฺติโก
ปรมาย    ปูชาย             ชินํ  ปูเชติ  ขนฺติโก.
ผู้มีขันติชื่อว่าทำตนตามคำสอนของพระศาสดา
และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง.         สมดังพุทธภาษิตที่มาใน  สวดมนต์ฉบับหลวง
ยาทิสํ  กุรุเต  มิตฺตํ            ยาทิสญฺจูปเสวติ
โสปิ  ตาทิสโก โหติ           สหวาโส ห ตาทิโส.
คบคนเช่นใดเป็นมิตร และสมคบคนเช่นใด
เขาก็เป็นคนเช่นนั้น  เพราะการอยู่ร่วมกันย่อมเป็นเช่นนั้น.     สมดังพุทธภาษิตที่มาใน ขุททกนิกาย  วีสตินิบาต


พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน

ปัญหาและเฉลยวิชาเบญจศีล เบญจธรรม (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นตรี 2554


ปัญหาและเฉลยวิชาเบญจศีล เบญจธรรม (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นตรี 2554
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
1. ทำสัตว์มีชีวิตให้ตกล่วง มีความหมายตรงกับข้อใด ?
ก. ตาย ข. บาดเจ็บ
ค. พิการ ง. สลบ
ตอบ : ก
2. ข้อใด แสดงออกถึงการขาดเมตตาจิต ?
ก. เลี้ยงม้า  ข. เลี้ยงแมว
ค. เลี้ยงนก  ง. ตกปลา
ตอบ : ง
3. แข่งขันกัดสุนัข เป็นการทรมานสัตว์ลักษณะใด ?
ก. เล่นสนุก ข. ผจญสัตว์
ค. ใช้การ ง. นไป
ตอบ : ข
4. ใช้การ จัดเป็นทรกรรมอย่างหนึ่ง ตรงกับข้อใด ?
ก. ใช้วัวเทียมเกวียน ข. ใช้ควายไถนา
ค. ใช้ม้าเกินกลัง ง. ใช้ช้างลากซุง
ตอบ : ค
5. การรักษาศีลข้อปาณาติบาต ทให้คนเราเกิดความคิดในเรื่องใด ?
ก. รักหวงแหนชีวิต  ข. ปล่อยชีวิตไปตามกรรม
ค. เห็นแก่ตัวมากขึ้น  ง. ช่วยเหลือคนอื่น
ตอบ : ก
6. อทินนาทาน บัญญัติขึ้นเพื่อป้องกันการล่วงละเมิดในเรื่องใด ?
ก. ชีวิต  ข. ทรัพย์สิน
ค. มุสาวาท  ง. สุราเมรัย
ตอบ : ข
7. วิ่งราวทรัพย์ผู้อื่น จัดเป็นโจรกรรมข้อใด ?
ก. ลัก  ข. ฉก
ค. กรรโชก ง. ปล้น
ตอบ : ข
8. กิริยาที่ถือเอาทรัพย์เพื่อช่วยทธุระในทางที่ผิด เรียกว่าอะไร ?
ก. สมโจร  ข. ปอกลอก
ค. รับสินบน  ง. หยิบฉวย
ตอบ : ค
9. ข้อใด ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของการบัญญัติศีลข้อที่ ๓ ?
ก. ป้องกันการแตกร้าว ข. ป้องกันล่วงละเมิดประเวณี
ค. ป้องกันกามโรค  ง. ป้องกันการทร้าย
ตอบ : ง
10. หญิงผู้เป็นเหล่ากอของตัวในสิกขาบทที่ ๓ หมายถึงข้อใด
ก. ลูกเลี้ยง  ข. ลูกบุญธรรม
ค. ลูกสาว  ง. ลูกสะใภ้
ตอบ : ค
11. การล่วงละเมิดศีลข้อที่ ๓ เป็นเหตุให้เกิดโรคใด ?
ก. กามโรค  ข. ไข้หวัดนก
ค. มะเร็ง  ง. ปอดบวม
ตอบ : ก
12. การอวดอ้างว่า คงกระพัน ยิงฟันไม่เข้า จัดเป็นมุสาวาทประเภทใด ?
ก. ทเล่ห์  ข. มารยา
ค. อความ  ง. เสริมความ
ตอบ : ก
13. การกล่าวเกินความเป็นจริง เป็นมุสาวาทประเภทใด ?
ก. มารยา  ข. อความ
ค. เสริมความ  ง. ทเลส
ตอบ : ค
14. ข้อใด ไม่ใช่ความหมายของมุสาวาท ?
ก. พูดไม่ตรงความจริง  ข. ทไม่ตรงความจริง
ค. คิดไม่ตรงความจริง  ง.แสดงออกไม่ตรงความจริง
ตอบ : ค

15. ข้อใด เป็นมุสาวาททางกาย ?
ก. เขียนหนังสือเท็จ  ข. ให้การเท็จ
ค. จงใจกล่าวเท็จ  ง. พูดคเท็จ
ตอบ : ก
16. พูดยุยงเพื่อให้เขาแตกกัน เรียกว่าอะไร ?
ก. กลับค ข. ยกย่อง
ค. ส่อเสียด  ง. หลอก
ตอบ : ค
17. คพูดประเภทใด ไม่มีโทษแก่ผู้พูด ?
ก. โวหาร  ข. ผิดสัญญา
ค. เสียสัตย์  ง. คืนคำ
ตอบ : ก
18. ข้อใด เป็นความประพฤติเสียหายเพราะดื่มน้ำเมา ?
ก. ทลายข้าวของ  ข. ทุบตีผู้อื่น
ค. ทะเลาะวิวาท  ง. ถูกทุกข้อ
. ตอบ : ง
19. ข้อใด อนุโลมเป็นของมึนเมาในสิกขาบทที่ ๕ ?
ก. น้ำส้ม  ข. น้ำชา
ค. กาแฟ  ง. กัญชา
ตอบ : ง
20. การดื่มน้ำเมา เป็นเหตุให้เกิดอาการเช่นใด ?
ก. มึนงง  ข. อาเจียน
ค. หลับไม่สนิท  ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ : ง
21. ข้อใด ไม่จัดเข้าในโทษของการดื่มน้ำเมา ๖ อย่าง ?
ก. เสียเงินทอง  ข. เสียชื่อเสียง
ค. เสียคสัตย์  ง. เสียสุขภาพ
ตอบ : ค
22. บุคคลผู้งดเว้นจากข้อห้ามในสิกขาบททั้ง ๕ เรียกว่าอะไร ?
ก. ผู้มีศีล  ข. ผู้มีธรรม
ค. ผู้มีบุญ ง. ผู้มีคุณ
ตอบ : ก
23. พระอริยะไม่ประพฤติล่วงศีล ๕ อย่างเด็ดขาด จัดเป็นวิรัติใด ?
ก. สัมปัตตวิรัติ  ข. สมาทานวิรัติ
ค. สมุจเฉทวิรัติ  ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ : ค
24. การไม่ทำร้ายศัตรูขณะที่มีโอกาส จัดเป็นวิรัติข้อใด
ก. สัมปัตตวิรัติ  ข. สมาทานวิรัติ
ค. สมุจเฉทวิรัติ  ง. ถูกทุกข้อ
. ตอบ : ก
25. ผู้ชื่อว่ากัลยาณชน เพราะมีคุณธรรมใด ?
ก. เบญจศีล  ข. เบญจธรรม
ค. มนุษยธรรม ง. ถูกทุกข้อ
. ตอบ : ง
26. กัลยาณธรรม แปลว่าอะไร ?
ก. ธรรมอันงาม ข. ธรรมคุ้มครองโลก
ค. ธรรมอันทให้งาม  ง. ธรรมมีอุปการะมาก
ตอบ : ก
27. ข้อปฏิบัติที่ยิ่งกว่าศีล เรียกว่าอะไร ?
ก. กัลยาณมิตร  ข. กัลยาณธรรม
ค. กัลยาณชน  ง. กัลยาณจิต
ตอบ : ข
28. กัลยาณธรรมข้อที่ ๑ เป็นเหตุให้มนุษย์มีพฤติกรรมเช่นใด ?
ก. ช่วยเหลือกัน  ข. รักษาศีลได้มั่นคง
ค. ซื่อตรงต่อกัน  ง. มีสติรอบคอบ
ตอบ : ก
29. กัลยาณธรรมข้อใด เป็นเหตุให้มนุษย์ละความเบียดเบียนกัน ?
ก. เมตตากรุณา  ข. สัมมาอาชีวะ
ค. วาจาสัตย์  ง. สติรอบคอบ
ตอบ : ก

30. บริจาคทรัพย์ช่วยสุนัขที่ถูกนไปฆ่า จัดว่ามีกัลยาณธรรมข้อใด ?
ก. เมตตา  ข. กรุณา
ค. มุทิตา  ง. อุเบกขา
ตอบ : ข
31. ข้อใด เป็นการแสดงถึงความมีกรุณาต่อผู้อื่น ?
ก. ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข 
ข. ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ค. ดีใจเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี
ง. เฉย ๆ เมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี
ตอบ : ข
32. สัมมาอาชีวะ แปลว่าอะไร ?
ก. เลี้ยงชีพชอบ  ข. ตั้งใจชอบ
ค. เจรจาชอบ  ง. ดริชอบ
ตอบ : ก
33. นายจ้างให้ค่าจ้างแรงงานตามสัญญา ชื่อว่าประพฤติเป็นธรรมในอะไร ?
ก. กิจการ  ข. บุคคล
ค. วัตถุ  ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ : ข
34. ข้อใด ชื่อว่าประพฤติไม่เป็นธรรมในวัตถุ ?
ก. ขายของปลอม ข. คืนของปลอม
ค. ทิ้งของปลอม ง. ใช้ของปลอม
ตอบ : ก
35. คนทงานด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน ควรปฏิบัติต่อทรัพย์
 ที่ได้มาอย่างไร ?
ก. ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย ข. ใช้จ่ายอย่างฝืดเคือง
ค. ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ง. ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง
ตอบ : ง
36. ชายหญิงที่แต่งงานกัน ควรเว้นพฤติกรรมใด ?
ก. ช่วยกันทมาหากิน  ข. พอใจในคู่ครองของตน
ค. พอใจคู่ครองคนอื่น ง. เลี้ยงดูไม่ทิ้งกัน
ตอบ : ค
37. รักนวลสงวนตัว มีความหมายตรงกับกัลยาณธรรมข้อใด ?
ก. สัมมาอาชีวะ  ข. สรวมในกาม
ค. ความมีสัตย์  ง. มีสติรอบคอบ
ตอบ : ข
38. ข้อใด เป็นโทษของการไม่สรวมในกาม ?
ก. เสียการงาน  ข. เสียสติ
ค. เสียวาจาสัตย์  ง. เกิดโรคร้าย
ตอบ : ง
39. คนไม่มีสทารสันโดษ มีมูลเหตุมาจากเรื่องใด ?
ก. ทรัพย์สมบัติ  ข. กามารมณ์
ค. คพูดเท็จ  ง. เสียสติ
ตอบ : ข
40. ปติวัตร เป็นคุณประดับสตรี ตรงกับข้อใด ?
ก. แม่ชี  ข. สามเณรี
ค. ภิกษุณี ง. สตรีมีสามี
ตอบ : ง
41. ชายหญิงผู้มักมากในกาม มีลักษณะเช่นใด ?
ก. ไม่มีสง่าราศรี ข. ชีวิตมีมลทิน
ค. ถูกติฉินนินทา ง. ถูกทุกข้อ
ตอบ : ง
42. การจัดงานเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษามหาราช ชื่อว่ามีความสัตย์ในข้อใด ?
ก. เที่ยงธรรม  ข. ซื่อตรง
ค. สวามิภักดิ์ ง. กตัญญู
ตอบ : ค
43. พระสารีบุตรเถระ แสดงความกตัญญูต่อพระอัสสชิเถระ ได้ชื่อว่าประพฤติกัลยาณธรรมข้อใด ?
ก. ความมีสัตย์  ข. ความมีเมตตา
ค. ความมีกรุณา  ง. ความมีสติ
ตอบ : ก

44. ผู้พิพากษาตัดสินคดีด้วยความยุติธรรม จัดเป็นความมีสัตย์ในเรื่องใด ?
ก. เที่ยงธรรม  ข. ซื่อตรง
ค. สวามิภักดิ์  ง. กตัญญู
ตอบ : ก
45. ความเที่ยงธรรม เพิ่มคุณสมบัติให้แก่ศีลข้อใด ?
ก. ปาณาติบาต  ข. อทินนาทาน
ค. มุสาวาท  ง. สุราเมรัย
ตอบ : ค
46. ข้อใด ชื่อว่าไม่รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร ?
ก. พออิ่ม  ข. พอดี
ค. พอควร  ง. พอใจ
ตอบ : ง
47. คนไม่รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร เกิดผลเสียอย่างไร ?
ก. เสียหน้าที่  ข. เสียการงาน
ค. เสียสุขภาพ ง. เสียชื่อเสียง
ตอบ : ค
48. การเอาใจใส่ไม่ทอดทิ้งธุระหน้าที่ จัดว่ามีสติรอบคอบในเรื่องใด ?
ก. รู้จักประมาณในการบริโภค
ข. ไม่ประมาทในธรรม
ค. ไม่ประมาทในการงาน
ง. มีสติสัมปชัญญะในการประพฤติตัว
ตอบ : ค
49. ข้อใด ชื่อว่าไม่ประมาทในโลกธรรม ?
ก. ดีใจได้เลื่อนตแหน่ง  ข. เสียใจเมื่อตกจากงาน
ค. โกรธเมื่อถูกนินทา  ง. โลกธรรมเป็นเรื่องธรรมดา
ตอบ : ง
 50. การตั้งอยู่ในกัลยาณธรรม มีประโยชน์ต่อสังคมอย่างไร ?
ก. เป็นแบบอย่างที่ดี  ข. ร่ำรวยเงินทอง
ค. ธุรกิจก้าวหน้า  ง. มีเกียรติยศชื่อเสียง
ตอบ : ก
*********
เฉลยวิชาเบญจศีล เบญจธรรม (วินัย) ธรรมศึกษาชั้นตรี
สอบในสนามหลวง
วันศุกร์ ที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
1. ก 11. ก 21. ค 31. ข 41. ง
2. ง 12. ก 22. ก 32. ก 42. ค
3. ข 13. ค 23. ค 33. ข 43. ก
4. ค 14. ค 24. ก 34. ก 44. ก
5. ก 15. ก 25. ง 35. ง 45. ค
6. ข 16. ค 26. ก 36. ค 46. ง
7. ข 17. ก 27. ข 37. ข 47. ค
8. ค 18. ง 28. ก 38. ง 48. ค
9. ง 19. ง 29. ก 39. ข 49. ง
10. ค 20. ง 30. ข 40. ง 50. ก

พระสอนศีลธรรมในโรงเรียน